ในโลกแห่งความฝันของคอหวย ไม่มีสิ่งใดจะเจ็บปวดเท่ากับการถูกรางวัลแจ็คพอตมหาศาล แต่กลับต้องสูญเงินนั้นไปเพราะความประมาทเลินเล่อของตนเอง นี่คือเรื่องราวสุดชอกช้ำของชายชาวจีนผู้หนึ่งที่เคยสัมผัสกับความรวยระดับ 50 ล้านบาทเพียงชั่วข้ามคืน แต่กลับต้องจบลงด้วยการสูญเงินทั้งหมด แถมยังต้องแบกรับภาระหนี้สินจากการฟ้องร้องอีกด้วย
เมื่อโชคใหญ่กลายเป็นฝันสลาย
เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นในช่วงต้นเดือนพฤศจิกายน ปี 2019 ณ เมืองอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย ประเทศจีน ชายหนุ่มนามสมมุติว่า "อาห่าว" ได้เสี่ยงโชคซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลชนิด "สองสี" ด้วยเงินเพียง 32 หยวน (ประมาณ 144 บาท) ซึ่งกลายเป็นตั๋วสู่ความร่ำรวยเมื่อเขาถูกรางวัลแจ็คพอตมหาศาลถึง 11.13 ล้านหยวน หรือคิดเป็นเงินไทยราว 50 ล้านบาท ทว่าความสุขนั้นอยู่ได้ไม่นานนัก เมื่ออาห่าวพลาดทำใบสลากอันล้ำค่าหายไป เขาทุ่มเทเวลาค้นหานานหลายเดือนจนกระทั่งเจออีกครั้งในเดือนมกราคม ปี 2020
แต่เมื่อนำสลากพร้อมหลักฐานยืนยันจากร้านค้าไปติดต่อขอขึ้นเงินที่ศูนย์สลากฯ อาห่าวกลับได้รับข่าวร้ายที่ทำให้โลกทั้งใบแทบพังทลาย นั่นคือ "สลากหมดอายุ" เนื่องจากกฎระเบียบของจีนกำหนดให้ผู้ถูกรางวัลต้องนำสลากมาขึ้นเงินภายใน 60 วันนับจากวันออกรางวัล ซึ่งในกรณีของอาห่าว ระยะเวลาดังกล่าวได้ล่วงเลยไปแล้ว
การต่อสู้ทางกฎหมายที่ยิ่งซ้ำเติม
ด้วยความเสียดายเงินรางวัลมูลค่ามหาศาล อาห่าวจึงตัดสินใจยื่นฟ้องศูนย์สลากกินแบ่งต่อศาล โดยกล่าวอ้างว่าหน้าตั๋วสลากไม่ได้ระบุเงื่อนไขเวลา 60 วันไว้อย่างชัดเจน ถือเป็นการละเว้นหน้าที่และละเมิดสัญญา เขาจึงเรียกร้องให้ศาลสั่งให้ศูนย์สลากฯ ชดใช้เงินรางวัลพร้อมดอกเบี้ย
ในทางกลับกัน ศูนย์สลากฯ ได้ชี้แจงต่อศาลว่า กฎระเบียบเรื่องกำหนดเวลาขึ้นเงิน 60 วัน ได้มีการประกาศอย่างเป็นทางการบนเว็บไซต์หลักและประชาสัมพันธ์ตามหามหาเศรษฐีผู้โชคดีผ่านสื่อสาธารณะถึง 3 ครั้ง ถือว่าได้ดำเนินการแจ้งเตือนอย่างเหมาะสมครบถ้วนแล้ว
บทสรุปจากศาล: ความประมาทส่วนบุคคล
จากการพิจารณาของศาลประชาชนเขตไฮเทคตงหู เมืองอู่ฮั่น พบว่าหลักฐานจากเว็บไซต์ศูนย์สลากฯ ยืนยันเรื่องกำหนดเวลา 60 วัน และระบุว่าหากพ้นกำหนด ผู้โชคดีจะถือว่า "สละสิทธิ์" โดยเงินรางวัลที่ไม่มีผู้มาขึ้นได้ถูกโอนเข้ากองทุนสาธารณประโยชน์ไปแล้วตามกฎหมาย
นอกจากนี้ ศาลยังพบหลักฐานสำคัญเป็น "คลิปเสียงการโทรศัพท์" ของอาห่าวเอง ซึ่งเขาเคยโทรสอบถามศูนย์บริการลูกค้าว่า "หากสลากเกินกำหนดไป 2 วัน ยังพอจะอนุโลมให้ขึ้นเงินได้หรือไม่" หลักฐานนี้พิสูจน์ให้เห็นว่าอาห่าวรู้อยู่แล้วเรื่องกำหนดเวลา แต่ความล่าช้าเกิดจากความประมาทเลินเล่อส่วนตัวที่ทำสลากหาย ไม่ใช่ความผิดของศูนย์สลากฯ แต่อย่างใด
มหาเศรษฐีชั่วคราวผู้ต้องจ่ายค่าเสียหาย
ในที่สุด ศาลจึงมีคำสั่ง ยกฟ้อง ทุกข้อกล่าวหาของอาห่าว พร้อมทั้งสั่งให้เขาเป็นผู้รับผิดชอบค่าธรรมเนียมกระบวนการพิจารณาคดีทั้งหมด เป็นเงินสูงถึง 88,000 หยวน หรือประมาณ 396,000 บาทไทย ซึ่งภายหลังการพิจารณาคดี อาห่าวจำต้องยอมรับคำตัดสินและปฏิเสธการยื่นอุทธรณ์ ปิดฉากตำนานมหาเศรษฐีชั่วข้ามคืนที่ต้องสูญเงิน 50 ล้านบาทไปอย่างน่าเสียดายที่สุด พร้อมทั้งแบกรับภาระค่าใช้จ่ายทางกฎหมายเพิ่มอีกด้วย